
ปัจจุบันเด็กมักไม่เล่นโลดโผน เนื่องจากสาเหตุผู้ใหญ่มักจะกังวลเรื่องความปลอดภัยของเด็ก แน่นอนว่าความปลอดภัย (Safety) ของเด็กนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญ แต่หากเด็กไม่ได้มีโอกาสเรียนรู้จากความผิดพลาดที่เกิดจากสิ่งที่เขาเล่น พัฒนาการที่สำคัญต่าง ๆ ก็จะไม่เกิด โดยเฉพาะ Soft skill ที่เกิดขึ้นผ่านการเรียนรู้จากความผิดพลาดต่าง ๆ ซึ่งจริง ๆ แล้วเด็กทุกคนล้วนมีสัญชาติญาณในการเล่นแบบเสี่ยงและท้าท้าย เด็กทุกคนมีความอยากรู้ อยากลองทำสิ่งใหม่ ๆ รอบตัวตามธรรมชาติของตัวเขา ดังนั้นหากเด็กไม่ได้เล่นหรือทำตามธรรมชาติของเขา ก็เหมือนเป็นการจำกัดการเรียนรู้และพัฒนาการของเขานั่นเอง

ประโยชน์ของการเล่นแบบเสี่ยงของเด็กคือ
เพิ่มความมั่นใจในการกล้าที่จะตัดสินใจ
เรียนรู้จากความผิดพลาดและหาทางออกหรือจัดการปัญหาเฉพาะหน้าและความท้าทายต่าง ๆ
สามารถเรียนรู้และประเมินความเสี่ยงจากการเล่นในรูปแบบต่าง ๆ







ผู้ใหญ่จึงจำเป็นต้องทำการประเมินความเสี่ยงทั้งรูปแบบกิจกรรมที่เด็กเล่น สถานที่ จนไปถึงของเล่น หรืออุปกรณ์ที่เขาเล่น โดยสามารถประเมินผ่าน 2 ตัวแปรสำคัญคือ “ความเสี่ยง” และ “ประโยชน์” ของการเล่น ซึ่งบทบาทของผู้ใหญ่คือการสังเกต (Observe) และตอบสนอง (Response) โดยหากสังเกตว่า
1.สิ่งที่เด็กกำลังเล่นอยู่มีความเสี่ยงมากแต่มีประโยชน์น้อย ให้ทำการ “แทรกแซง” โดยเน้นความปลอดภัยของเด็กเป็นสำคัญ
2.สิ่งที่เด็กกำลังเล่นอยู่มีความเสี่ยงน้อยและมีประโยชน์น้อย ให้ทำการ “แทรกแซง” เช่นกัน แต่อาจจะลองให้เด็กเล่นเสี่ยงและท้าทายมากขึ้น
3.สิ่งที่เด็กกำลังเล่นอยู่มีความเสี่ยงน้อยแต่มีประโยชน์มาก ให้คอยเฝ้าดู “สังเกตการ” เพื่อคอยแนะนำให้เขากล้าหรือมีอิสระที่จะลองสิ่งใหม่ ๆ มากขึ้น
4.สิ่งที่เด็กกำลังเล่นอยู่มีความเสี่ยงมากและมีประโยชน์มาก ให้คอยเฝ้าดู “อย่างใกล้ชิด” เพื่อความปลอดภัยในระหว่างการเล่นของเด็ก
.
แต่ทั้งหมดทั้งมวลนี้ บทบาทที่สำคัญที่สุดของผู้ใหญ่คือการแทรกแซงที่ไม่ใช้คำพูดหรือวาจาต่อว่า ดุ หรือเสียงดัง และต้องทำให้เด็กรู้สึกว่าเขามีอิสระในการเล่นอย่างเต็มที่ และรู้สึกว่าผู้ใหญ่ไม่ได้แทรกแซงการเล่นของเขาจนเกินไปนั่นเอง
#Riskyplay#เล่นเสี่ยง#เล่นเปลี่ยนโลก


NO COMMENT